ผมไม่รู้ว่ามีร้านแบบนี้ใน กทม ไม่งั้นก็คงไปเที่ยวตั้งแต่ทีแรกแล้ว ชอบบรรยากาศมาก อยู่ชั้น3 โอเพ่นแอร์ เดินขึ้นไปหน่อยนึง มองลงมาเห็นคนเดินไปมาตรงถนนข้าวสารพอดี นั่งกินสบายๆ เล่นดนตรีสด กีตาร์โปร่ง นักร้องเสียงดีมากๆๆๆ เอ็นเตอร์เทนลูกค้าดีมากๆๆ และชอบตรงที่ไม่ค่อยมีคนไทยเที่ยว มีแค่ไม่กี่โต๊ะเอง นอกนั้นฝรั่งล้วน กินเบียร์หมดไปเยอะมาก และที่สำคัญร้านนี้มันสูบบุหรี่ได้ เหอๆๆ เราก็ไม่ได้สูบอะไรมากมาย แต่ก็ดีที่ไม่ต้องเดินออกไปข้างนอก มีโต๊ะสนุกให้เล่นแก้เซ็ง สำหรับเพื่อนที่ไม่ค่อยคล่องภาษาอังกฤษ และขี้เกียจคุยกับฝรั่งโต๊ะข้างๆ 55 แต่ผมชอบคุยกับคนพวกนี้เพราะมันได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของคนแต่ละประเทศ แต่เพื่อนๆจะชอบกลัวฝรั่งกัน ไม่รู้มันจะกลัวไปทำไม
กล้องมือถือ ถ่ายออกมาไม่ดีเลย
ช่วงนี้ชักจะบ้าเพลงแนวคันทรีร็อคแอนโรลมากไปหน่อย เอาไปเปิดที่ทำงาน พี่ๆน้องๆ ทำหน้าตางงเลยถามว่าช่วงนี้มึงมาแนวไหน ก็ไม่รู้จะตอบยังไงก็คนมันชอบฟังนี่หว่า เมื่อวานไปเที่ยวกับพี่คนหนึ่ง แกแวะมาหา พอดีแกจะไปพัทยาเลยแวะมา เอ้า กินเหล้าคืนเดียว 2 ที่เลย เด๋วนี้เป็นยังไงก็ไม่รู้ กินเหล้ายังไงก็ไม่เมา ไม่มึนเลยซักนิด แต่กลับปวดหัวตึ๊บๆๆ ปวดหัวเหมือนปวดไมเกรน แต่ไม่มีอาการมึนจากเหล้าเลยซักนิด พอเป็นแบบนี้ก็จะเลิกกันแล้วเหล้า เพื่อนชวนก็อาจจะกินเป็นพิธีนิดๆ เพราะรู้อาการเลย แดกแล้วกูปวดหัว อิ๊บอ๋าย
ตอนนั้นเป็นช่วงที่ยังทำงานอยู่ที่ กทม พอดีรุ่นพี่คนหนึ่ง กลับมาจากต่างประเทศ แกไปหางานทำแก้เซ็งที่ภูเก็ต ช่วงนั้นว่างพอดี เลยแวะลงไปเที่ยว ไปเยี่ยมแกด้วย เที่ยวจนจะไม่มีที่ให้เที่ยวอยู่แล้ว พอดีเอารูปที่ถ่ายมาตัดต่อลงวิดีโอ แก้เซ็งด้วย เห็นบอกทางเอ็มวันนี้จะกลับเมืองไทย วันนี้ คงจะมาถึงเย็นๆ ดึกๆ ความยาวของวิดีโอ ล่อไป 10 กว่านาที เพราะว่ารูปมันเยอะอ่ะนะ
บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้เดินไปอย่างที่หวังใว้เสมอ ต้องพยายามปรับตัวและวางแผนให้กับตัวเองตลอด ปีนี้ก็ปาเข้า 26 แล้ว ทำไมเรายังทำตัวเที่ยวเตร่เหมือนสมัยเรียนหนังสือเลย ทั้งๆที่รู้ว่ามันหมดวัยไปแล้ว ว่าจะทำนี่ทำนั่นก็ไม่ค่อยจะสำเร็จซักที เป็นเพราะความขี้เกียจและไม่ค่อยตั้งใจ หรือว่าเราเล่นมากไปหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ช่วงเวลาตั้งแต่เรียนจบมา ได้พบเจออะไรมามากมายเยอะแยะ สอนให้เรารู้จักอะไรหลายๆอย่าง เราได้เรียนรู้ว่า การทำอะไรตามใจตัวเอง มันก็ไม่ได้ส่งผลดีกับตัวเองเลย แล้วจำเป็นไหมที่เราต้องตามใจตัวเองตลอดเวลา หัดคิดใด้แล้ว บางเวลาในช่วงที่ผ่านมา มีทั้งดีและไม่ดีผ่านมาในชีวิตเยอะแยะ ต้องหัดเรียนรู้และจดจำให้มาก ว่าสิ้งไหนทำแล้วดี หรือไม่ดี ....
อันนี้ก็ไปมานานมากพอสมควร ตอนนั้นไปนอนบ้านเฮียเอก บ้านเฮียแกโคตรไหญ่ ติดด่านแม่สายเลย อาหารการกินดีดีทั้งนั้น กินฟรี นอนฟรี ตอนเย็นไปคาราโอเกะแบบโบราณๆ บรรยากาศเหมือนตัวเองแก่อิบอ๋าย ธรรมเนียมการเรียกเด็กนั่งดริงค์ที่นี่จะเป็นแบบคาเฟ่สมัยก่อนๆคือ ใครให้พวกมาลัยนักร้องสาวๆเยอะที่สุดก็สามารถเรียกนักร้องมานั่งด้วยได้ เฮียหยูเรียกเด็กนักร้องมานั่งด้วยเพราะเฮียแกเล่นพวงมาลัยทีเดียว 10 พวง เพราะว่าราคาพวกมาลัยที่คล้องให้นักร้องเนี่ยราคาต่างกันมากกับที่กรุงเทพ อย่างที่กรุงเทพ พวงละ 200 แต่ที่แม่สายพวงละ 10 บาท เด็กๆนั่งดริงค์ที่นี่ หน้าตาผิวพรรณดูไช้ได้เลย บางคนเป็นกะเหรี่ยงพูดไทยไม่ได้เลย ถามไรก็ไม่รู้เรื่อง วันนั้นพวกพี่ๆที่ไปด้วยกันถามว่า เฮ้ยไอ้ชัยมึงสนใจคนไหนเรียกได้เลย เด๋วเฮียจัดให้ ในใจก็กล้าๆกลัวๆ กูจะเรียกดีไหมเนี่ยย ก็กูไม่เคยมาคาเฟ่นี่หว่า .. ตอนเช้าข้ามไปฝั่งพม่าซื้อดีวีดีมาเพียบ ตอนบ่ายๆไปดอยแม่ฟ้าหลวง ครั้งแรกที่ไป ก็ดูดี แต่จิงๆแล้วจะชอบทะเลมากกว่าภูเขาเลยไม่ค่อยมีจุดเด่นเรื่องที่ท่องเที่ยวเท่าไหร่
เพื่อนๆบอกว่าจะมาเที่ยว เลยอาสานำเที่ยว ได้นิดเดียว เพราะตอนเย็นต้องกลับมาทำงานเลยนั่งเรือกลับคนเดียว อาหารการกินแพงฉิบหาย ฝนก็ตก ที่พักก็หายาก ตอนนั้นสงสารเพื่อนๆมาก เลยอาสาขับรถมอเตอร์ไซด์ ออกหาห้องพักไห้ ได้ที่พัก สุด... บรรยายไม่ถูกจิงๆ แต่ถ้าไม่ซีเรียสอะไรมากมายก็พออยู่ได้ หาดก็สวยดี ดูเอาละกัน
โอ้โฮ ไม่น่าเชื่อเลย ที่เค้าจะเลิกเหยียดสีผิวกันจริงๆ นึกว่าพูดไปงั้นๆ มันน่าทึ่งจริงๆเลยเนาะ คิกๆๆๆๆ read more
on Say Cheese!